Uncategorized

ความจริงของ น้ำตาล ที่อาจจะอันตรายกว่า “บุหรี่”

เมื่อพูดถึง น้ำตาล แล้วหลายๆ คนคงจะนึกถึงความหวาน ที่ได้จากการทานสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำอัดลม ลูกอม ไอศกรีม อาหารชนิดต่างๆ รวมไปถึงโรคที่อาจตามมาเมื่อเราบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป ที่ผ่านมาน้ำตาลนั้น

ทำให้เกิดโรคร้ายหลายโรคไม่ว่าจะเป็น ฝันผุ โรคอ้วน เบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ ต่างรวมถึงโรคอันตรายสุดอย่างมะเร็งและเป็นสาเหตุของอัลไซเมอร์ได้ด้วย จากการที่กล่าวมาทำให้เกิดการลดน้ำตาลขึ้นมากๆ ในการบริโภค

น้ำตาล ถือว่าเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตให้พลังงานกับร่างกาย เหมือนกินข้าว กินแป้ง น้ำตาลยังช่วยกระตุ้นการหลั่งของสารเคมีบางชนิดในสมอง ทำให้รู้สึกสดชื่น อารมณ์ดี และช่วยให้วงจรต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้น้ำตาลจะให้พลังงานกับร่างกาย แต่ร่างกายต้องการเพียงน้อยนิดเท่านั้น เพราะหากได้รับน้ำตาลมากเกินไป จากประโยชน์อาจกลายเป็นโทษได้

ความจริงของ น้ำตาล ที่อาจจะอันตรายกว่า “บุหรี่”

มารู้จักโครงสร้างของน้ำตาล

น้ำตาลที่เรากินกันประจำคือ น้ำตาลทราย แต่จริงๆ แล้วน้ำตาลมีหลายประเภท เราสามารถแบ่งประเภทของน้ำตาลตามคุณสมบัติทางโครงสร้างได้ ดังนี้

น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว คือน้ำตาลที่มีโมเลกุลของคาร์โบไฮเดรตที่เล็กสุด เมื่อกินเข้าไป กระเพาะและลำไส้เล็กสามารถดูดซึมได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย มีรสหวาน สามารถละลายน้ำได้ ได้แก่

  • กลูโคส คือน้ำตาลที่เป็นผลสุดท้ายของการย่อยคาร์โบไฮเดรตก่อนถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย พบได้ในผักและผลไม้ทั่วไป
  • ฟรุกโตส พบในผักผลไม้ที่มีรสหวานทั่วๆ ไป และในน้ำผึ้ง
  • กาแลกโตส คือน้ำตาลที่ได้จากการสลายตัวของแลกโทสในน้ำนม พบได้ในน้ำนม

กลูโคส คือน้ำตาลที่เป็นผลสุดท้ายของการย่อยคาร์โบไฮเดรตก่อนถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย พบได้ในผักและผลไม้ทั่วไปฟรุกโตส พบในผักผลไม้ที่มีรสหวานทั่วๆ ไป และในน้ำผึ้งกาแลกโตส คือน้ำตาลที่ได้จากการสลายตัวของแลกโทสในน้ำนม พบได้ในน้ำนม

  • ซูโครส ได้จากน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลอ้อย เป็นน้ำตาลที่เรากินกันเป็นประจำ กินมากกว่าคาร์โบไฮเดรตอื่น ๆ เมื่อน้ำตาลซูโครสแตกตัวหรือถูกย่อยจะให้น้ำตาลกลูโคสกับน้ำตาลฟรุกโตสอย่างละ 1 โมเลกุล
  • มอลโตส เป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ที่เกิดจาการรวมตัวของกลูโคส 2 โมเลกุล เป็นน้ำตาลที่มีอยู่ในเมล็ดพืชที่กำลังงอก เช่น น้ำตาลมอลต์ที่ได้จากข้าวมอลต์
  • แลกโตส เกิดจากการรวมตัวกันของกลูโคสกับกาแลกโตส อย่างละ 1 โมเลกุล ไม่พบในพืช มักพบอยู่ในน้ำนม เราจึงรู้จักในชื่อ น้ำตาลนม

แม้รู้ว่าน้ำตาลอาจจะทำร้ายร่างกาย ซึ่งเราควรลดการบริโภคลง แต่ว่าความจริงที่ได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำตาลนั้นยังคงเป็นสารให้ความหวานหลัก ทำให้น้ำตาลเป็นสิ่งที่อยู่กับชีวิตของเราโดยตลอดและคอยกัดแทะสุขภาพของเราไปเรื่อยๆ เหมือนคนเราที่รู้ข้อเสียของบุหรี่มากแต่ก็ยังสูบอยู่ เหมือนเราที่เสพติดรสหวานของน้ำตาลไปเสียแล้ว ทำให้ไม่ค่อยสนใจที่เลิกกินมัน

จนมีคำกล่าวว่า มันคือบุหรี่ของศตวรรษที่ 21 ในประเทศสหรัฐกล่าวว่ามีคนไข้จากโรคเบาหวานและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าจำนวนเด็กที่มีโรคไขมันพอกตับสูงถึง10% ปรากฏการณ์นี้มาจากน้ำตาล คนที่คิดว่าน้ำตาลหรือขนมทำให้เกิดโรคแค่ฟันผุนั้นคงรับความจริงที่ว่าน้ำตาลก่อให้เกิดโรคหัวใจความดันโลหิตสูงโรคมะเร็งต่างๆและโรคอัลไซเมอร์และโรคควาจำเสื่อมและอีกหลายๆ โรคซึ่งเกิดจากการบริโภคน้ำตาลมากเกินไป

ความจริงของ น้ำตาล ที่อาจจะอันตรายกว่า “บุหรี่”

อุตสาหกรรมเหล่านี้ใช้การขาดความตระหนักรู้หรือความไม่รู้ของประชาชนนี้ เป็นเครื่องมือในการหากิน ไม่ว่าจะวงการวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ โภชนาการและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจะปกปิดความจริงต่อไป  โดยเมื่อเร็วๆ นี้ที่ University of California มีรายงานเปิดเผยว่าอุตสาหกรรมน้ำตาลยักษ์ใหญ่ ได้ซื้อนักวิชาการสามคนที่ Harvard University ในทศวรรษที่ 1960 แม้รู้ว่าสาเหตุหลักของโรคหัวใจคือน้ำตาลแต่มีการแต่มีการให้นำไขมันอิ่มตัวมาเป็นผลลัพธ์นการทดลองแทนผลการวิจัย ผู้ผลิตโคคาโคล่าและลูกอมก็มีการก้าวก่ายสู่วงการโภชนาการและจ่ายเงินให้เพื่อเจือจางความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำตาลและโรคอ้วนที่ออกสู่สายตาสาธารณชน

อุตสาหกรรมน้ำตาลมีการใช้งานมาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองบิดเบือนความจริงและทำให้ความคิดเห็นของสาธารณชนแย่ลงในเวลานั้นสมาคมแพทย์อเมริกัน ชี้ว่าน้ำตาลไม่ควรใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร ภายใต้สมมติฐานที่ว่าน้ำตาลไม่ช่วยให้สุขภาพ อุตสาหกรรมน้ำตาลได้สร้างมูลนิธิวิจัยน้ำตาล (Sugar Research Foundation – SRF) ขึ้นโดยทันที

แน่นอนรากฐานนี้ยังคงให้ผลวิจัยที่ผิดพลาดไปเรื่อยๆ ว่าน้ำตาลไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์นักวิชาการสามคนจาก Harvard ได้มีการเปิดเผยภายหลังว่า ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิในทศวรรษที่ 1950 มีการโต้เถียงเรื่องแคลอรี่ที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วนโดยมีการเบี่ยงว่าโรคอ้วนเกิดจากแคลอรี่ที่สูงมาก เป็นสาเหตุของโรคอ้วนมูลนิธิวิจัยนี้มีการกุประเด็นโดยให้ข่าวว่า น้ำตาล 1 ช้อนชามีแคลอรี่เพียงแค่ 16 แคลอรี่ แล้วทำไมต้องมาโทษน้ำตาลทั้งหมดว่าเป็นสาเหตุของโรคอ้วนอย่างไรก็ตามในทศวรรษ 1960 และ 1970

ความจริงของ น้ำตาล ที่อาจจะอันตรายกว่า “บุหรี่”

เนื่องจากผลการวิจัยใหม่ของชุมชนทางการแพทย์ยังคงสนับสนุนการมีพิษของน้ำตาลในร่างกายมนุษย์ทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำตาลได้มีการออกแคมเปญโฆษณาตามหนังสือพิมพ์แต่ก็ไม่สามารถลบล้างได้ทั้งหมด ในสถานการณ์เช่นนี้ไขมันอิ่มตัวเป็นตัวช่วยในอุตสาหกรรมน้ำตาล สมาคมโรคหัวใจอเมริกันได้ระบุว่าไขมันและคอเลสเตอรอลเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ

อย่างไรก็ตามกลุ่มที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สุดคือกลุ่ม Metabolic syndrome ซึ่งกลุ่มพวกนี้มีโรคที่เสี่ยงหลักๆ คือ โรคหัวใจและโรคเบาหวาน และภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งสาเหตุหลักของโรคพวกนี้เกิดจากน้ำตาล ถ้าสาเหตุของโรค Metabolic syndrome เป็นน้ำตาลก็จะนำไปสู่โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจต่อไป ปัจจุบันน้ำตาลเป็นวัตถุดิบตำหนิ และมีการใช้ฟรักโตสเหลวแทนในการให้หวาน อย่างไรก็ตามเนื่องจากฟรักโทสเหลว มีอันตรายไม่ต่างจากน้ำตาล

เลย อาจกล่าวได้ว่าการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่มีของเหลวที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ เป็น ‘ปราศจากน้ำตาล’ ที่ทำเหมือนเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้น

การรับประทานน้ำตาล หรือสารให้ความหวานต่างๆ แทนน้ำตาล อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่การที่เรารับประทานน้ำตาลในปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันแล้ว จะทำให้เราห่างไกลจากโรคที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทานน้ำตาลมากเกินไป ดังนั้นอย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะ

สำหรับใครที่อยากไปพักผ่อนต่างจังหวัดสูดอากาศหน้าฝนเราขอแนะนำ ชวนเช็คอิน 6 จุดชมวิวทะเลหมอกที่จังหวัด เลย! เมืองแห่งขุนเขาภาคอีสาน หากใครมีแพลนอยากสูดอากาศสดชื่นๆ ชมทะเลหมอกสวยๆ ไม่ว่าจะเป็น ภูบักได ภูทอก ภูลมโล ภูเรือ เป็นต้น

บทความที่คุณอาจสนใจ : ส่อง Galaxy Z Flip มือถือแป้งพับสุดล้ำจากซัมซุง

ปิดความเห็น บน ความจริงของ น้ำตาล ที่อาจจะอันตรายกว่า “บุหรี่”