ทิศทางธุรกิจร้านอาหารหลังโควิด
Uncategorized

ทิศทางธุรกิจร้านอาหารหลังโควิด

สถานการณ์โควิด ปัจจุบัน ยังคงไว้ใจไม่ได้ และยังต้องคอยเฝ้าระวังไม่ให้กลับมาระบาดในประเทศอีก จนวันนี้นับเป็นกว่าครึ่งปีแล้ว ที่เชื้อไวรัสตัวนี้ได้สร้างผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ให้ทรุดลงอย่างน่าใจหาย อุตสาหกรรมร้านอาหารก็คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะการล็อคดาวน์ทำให้ต้องปิดทำการเป็นการชั่วคราวกันนานเป็นเดือนๆ จนหลายร้านยกธงยอมแพ้ และไม่ขอไปต่อ วันนี้เราจึงจะพาไปดู ทิศทาง ธุรกิจร้านอาหาร หลังโควิด ว่าจะไปในทิศทางไหนได้บางกัน

จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ดีขึ้น ทำให้ภาครัฐมีนโยบายผ่อนปรนให้ภาคธุรกิจบางส่วนสามารถกลับมาเปิดทำการได้ และหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับการผ่อนปรนเป็นกลุ่มแรก ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2563 คือร้านอาหาร ที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ทั้งนี้ การทยอยให้เปิดทำการ แม้จะทำให้ธุรกิจร้านอาหาร ที่เน้นการนั่งทานในร้าน มีโอกาสกลับมาสร้างรายได้

แต่ภายใต้สภาวะแวดล้อม ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการที่ผู้บริโภค ยังมีความกังวลต่อโควิด-19 คงทำให้บรรยากาศ ของธุรกิจร้านอาหาร ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับปัจจัยกดดัน ด้านเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่อ่อนแอ ยิ่งทำให้ธุรกิจร้านอาหารหลังโควิด-19 มีความท้าทายสูง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ธุรกิจร้านอาหารปี 2563 น่าจะมีมูลค่าเหลือเพียง 3.85-3.89 แสนล้านบาท หดตัวราว 9.7%-10.6% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 8 ปี โดยการประเมินนี้ อยู่ภายใต้สมมติฐานที่ไม่เกิดการระบาดซ้ำในช่วงที่เหลือของปีนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า  หลังโควิด-19 ผู้ประกอบการร้านอาหารทุกประเภท จะต้องเร่งปรับตัวสู่บรรทัดฐานใหม่ทางธุรกิจ (New Normal) ที่สอดรับไปกับพฤติกรรม ของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยร้านอาหารเต็มรูปแบบ ร้านอาหารที่มีบริการจำกัดที่อยู่ในห้างฯ และสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงสวนอาหาร จะเป็นกลุ่มที่เผชิญแรงกดดัน ด้านผลการดำเนินงานในปี 2563 มากกว่ากลุ่มที่เหลือ เนื่องจากโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มอาจ มีข้อจำกัดภายใต้ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ต้อง 

1. กระจายช่อง ทางการสร้างรายได้ ให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้า ในช่องทางอื่น
2.ปรับกระบวนการ และรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้อง กับความต้องการของผู้บริโภค และสถานการณ์ ที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกัน ร้านอาหารทั่วไป ร้านอาหารริมทาง และรถเข็นต่างๆ น่าจะได้เปรียบด้านความคล่องตัวมากกว่า ควรปรับตัวโดยการ
1. ยกระดับมาตรฐานความสะอาดของร้านอาหาร เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
2. เพิ่มความระมัดระวังในการบริหารจัดการวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง และลดความหลากหลายของเมนู

ต่อไปนี้คือ New Normal ที่ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถพิจารณาในการปรับธุรกิจร้านอาหารอย่างรอบด้าน เพื่อให้ธุรกิจกลับมาเข้มแข็งหลัง COVID-19

ทิศทางธุรกิจร้านอาหารหลังโควิด

มีแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยที่เข้มข้นขึ้น

เพราะความปลอดภัยของอาหารและสุขอนามัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้บริโภค ความปลอดภัยของอาหารและสุขอนามัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบการเช่นกัน การแสดงให้เห็นว่าร้านอาหารมีวิธีการฆ่าเชื้อ ที่มากขึ้น และเข้มงวดขึ้น สำหรับการจัดการอาหาร การจัดการระบบ การระบายอากาศ รวมถึงการจัดการสุขาภิบาล ทั้งด้านหน้า และด้านหลังของร้าน จะช่วยสร้างความมั่นใจ ให้กับผู้บริโภค

ปรับรูปแบบการจัดร้านอาหารใหม่

ร้านอาหารต้องมองหาวิธี ในการรองรับปัญหา ที่อาจเกิดขึ้นหลังยุคโควิด สำหรับลูกค้าเพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยที่สุด โดยการเพิ่มพื้นที่ระหว่างโต๊ะให้เพิ่มมากขึ้น หรือแบ่งห้องอาหารขนาดใหญ่ ออกเป็นห้องเล็ก ๆ มีฉากกั้นระหว่างลูกค้า กับพนักงานที่ด้านหลัง ของเคาน์เตอร์ สำหรับการบริการอาหาร แบบบุฟเฟ่ต์ หรือสลัดบาร์ รวมไปถึงการให้บริการสั่งอาหาร ผ่านระบบดิจิทัล ที่มีหน้าจอป้องกันเชื้อโรค ทดแทนเมนูแบบกระดาษ

เลือกจัดหาวัตถุดิบจากในท้องถิ่นและภายในประเทศมากขึ้น

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมรวมถึงในอุตสาหกรรมอาหารหันมาพึ่งพาแหล่งสินค้า และวัตถุดิบในประเทศ มากกว่าต่างประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อ นับว่าเป็นข้อได้เปรียบ ของผู้จัดจำหน่ายสินค้าภายในประเทศ แต่ในการสั่งซื้อ ต้องมั่นใจด้วยว่าประวัติการทำงาน และความสามารถของ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า สามารถตอบสนองความต้องการ ของผู้ประกอบการ

ปรับบริการการซื้อกลับบ้านให้สะดวก คล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การรับอาหารแบบ take-out แบบ curbside รวมถึงแบบ drive-through กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 เนื่องจากช่วยผู้ประกอบการ ควบคุมกระบวนการและให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ในขณะที่จำกัด การปฏิสัมพันธ์ระหว่าง พนักงาน กับผู้บริโภค เพื่อสุขอนามัยของทั้งสองฝ่าย อีกทั้ง มีระดับความปลอดภัยมากกว่า เมื่อเทียบกับบริการส่งอาหารผ่านบุคคลที่ 3

เชื่อมโยงกับธุรกิจให้บริการ delivery

หากไม่สามารถปรับหรือขยายบริการ ซื้อกลับบ้านได้เอง ด้วยข้อจำกัดด้านบุคลากร หรือเงินทุน การใช้บริการส่งอาหารผ่านบุคคลที่ 3 ยังคงเป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งมีตัวเลือกที่หลากหลาย อาทิ Grubhub Uber Eats หรือ Door Dash

ลงทุนกับบรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดใจ

บรรจุภัณฑ์ที่สะอาดและปลอดภัยต่ออาหารจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่สำคัญ เพราะว่าลูกค้ามีแนวโน้มที่จะยังคงซื้อกลับไปทานที่บ้านมากขึ้น หลังยุค COVID-19 ความสะอาดของร้าน จะสะท้อนให้เห็น ได้จากบรรจุภัณฑ์ที่ใส่อาหาร และมีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคว่า จะเป็นลูกค้าร้านอาหารร้านที่สั่งซื้อมาต่อหรือไม่ บรรจุภัณฑ์ที่สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย และหากเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกด้วยแล้ว จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจ ที่จะเป็นลูกค้าต่อไป

ใช้เทคโนโลยีแบบไร้สัมผัส

ผู้บริโภคจะยังคงมีความกังวลต่อการสัมผัสหรือใช้สิ่งของร่วมกันภายในร้านอาหาร และหลีกเลี่ยงการสัมผัสเมนูและอุปกรณ์ใดๆ ร่วมกับคนหมู่มาก ระบบการบริการแบบไร้สัมผัสทุกขั้นตอนจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการให้บริการลูกค้า การสแกน QR Code ผ่านหน้าจอมือถือเพื่อดูรายการอาหาร สั่งอาหารไปจนถึงการจ่ายเงินในร้านอาหารจะทำให้ลูกค้าลดความกังวลและรู้สึกปลอดภัย

เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่เข้าถึงและเข้าใจลูกค้า 360 องศา

เพราะว่าลูกค้าแบบที่เดินผ่านมาเจอร้านอาหาร แล้วลองเข้าไปรับประทานจะลดลง การเลือกเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ เข้าถึงลูกค้าจำนวนมากจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ร้านอาหารเติบโตได้หลังยุค COVID-19 การเลือกแพลตฟอร์มการจองที่นั่งในร้าน แพลตฟอร์มการจ่ายเงิน รวมถึงแพลตฟอร์มการสั่งกลับบ้าน ที่สามารถเข้าถึงฐานข้อมูล ของลูกค้าในวงกว้าง และให้ข้อมูล และประมวลพฤติกรรมของลูกค้าแบบ 360 องศา ทำให้ร้านอาหารสามารถสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์ และสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องเลือกเฟ้น แพลตฟอร์มศักยภาพ ที่จะช่วยให้ธุรกิจขยาย และเติบโตในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านอาหาร ยังคงจะต้องปรับตัวต่อสถานการณ์ยังไม่มั่นคงในหลายๆด้านต่อไป เพื่อยังคงสามารถอยู่รอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

กินอย่างไรให้หายเครียด ความเครียดทางจิตใจ แต่ในภาวะมีไข้สูง ติดเชื้อ ได้รับบาดแผล หรือผ่าตัดก็มีความเครียดเกิดขึ้น เป็นความเครียดทางร่างกาย ในภาวะเครียดร่างกายจะตอบสนองโดยการหลั่งฮอร์โมนหรือสารบางชนิด ทำให้ระบบการย่อยอาหารผิดปกติ ไขมันในเลือดและความดันโลหิตสูงขึ้น

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : รู้หรือไม่? นมสามารทายนิสัยคนทานได้!